• July 27, 2021

ตู้เก็บข้อมูลมีชีวิต

TECH&SCI: ‘ ตู้เก็บข้อมูลมีชีวิต ’เมื่อนักวิทย์เปลี่ยนดีเอ็นเอให้เป็นฮาร์ดดิสก์เก็บข้อมูล.คุณคิดว่าระหว่างฮาร์ดดิสก์ในคอมพิวเตอร์ที่บ้านกับสารเคมีในสมองของคุณ อะไรเก็บข้อมูลได้เยอะกว่ากัน?.คำถามนี้อาจจะตอบยากสักหน่อย เพราะบางทีสมองมนุษย์เราก็ซับซ้อนขนาดที่ว่าอาจจะเอาประโยคในหนังสือนิทานที่เคยอ่านสมัยเด็กออกมาเขียนใหม่ให้ถูกต้องเป๊ะๆ ได้ แต่ในทางกลับกันก็อาจจะลืมไปแล้วว่า ตอนเช้านี้กินอะไรรองท้องก่อนไปทำงาน.อย่างไรก็ตาม การประมาณด้วยจำนวนเซลล์ประสาทในสมองกับโครงข่ายความจำก็สามารถคาดเดาได้ว่าสมองมนุษย์อาจจะเก็บข้อมูลได้ถึง 2.5 petabytes หรือราวๆ 300 ล้านชั่วโมงหากคุณบันทึกวิดีโอเทปจากทีวี.งานวิจัยเพื่อศึกษาระบบการรับรู้ จดจำ และประมวลผลของสมอง ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับความต้องการเก็บข้อมูลที่โลกได้สร้างขึ้นอย่างต่อเนื่องแบบก้าวกระโดดนับตั้งแต่อินเทอร์เน็ตได้ถือกำเนิดขึ้น และแน่นอนว่าเราจะเผชิญกับปัญหาพื้นที่เก็บข้อมูลไม่พอในอนาคต เช่นเดียวกับการขาดแคลนทรัพยากรอื่นๆ จนเกิดเป็นประเด็นในการวิจัยค้นคว้าด้านหนึ่งในยุคดิจิตอลนี้.หลายทศวรรษที่ผ่านมา มีการพัฒนาเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลอยู่มากมาย แต่ก็มีปัญหาร่วมกันอยู่ข้อหนึ่งคือเทคโนโลยีที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล และการอ่านข้อมูล มักจะมีความจำเพาะกับเทคโนโลยีนั้นๆ หากจะหาระบบจัดเก็บข้อมูลสักอย่างที่จะไม่มีวันล้าหลัง ก็จะต้องเป็นระบบที่สามารถประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีการบันทึกและอ่านข้อมูลในอนาคตได้ต่อไปเรื่อยๆ.ถ้าถามว่าสิ่งนั้นคืออะไร สิ่งหนึ่งที่จะคงอยู่กับมนุษยชาติไปจนกว่าจะสูญพันธุ์ก็คงหนีไม่พ้น ‘สารพันธุกรรม’ที่มีลักษณะเป็นเกลียวโซ่สายยาวอย่าง DNA (Deoxyribonucleic acid) ที่เทคโนโลยีทั้งการสังเคราะห์และวิเคราะห์พัฒนาแบบก้าวกระโดดมาคู่เคียงกับวงการดิจิตอล.คุณสมบัติสำคัญของ DNA คือถูกใช้เป็นฮาร์ดดิสก์ชีวภาพมาตลอดหลายพันล้านปีที่ผ่านมามีความเสถียรสูง และมีระบบการคัดลอก ถอดรหัส และแปลผลไปเป็นฟังก์ชันอื่นๆ มากมายในสิ่งมีชีวิต.โดยการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบสาย DNA จะมีรหัสอยู่ถึง 4 แบบ (A, T, C และ G)ซึ่งเก็บข้อมูลได้หลากหลายกว่าการเข้ารหัสแบบไบนารี (binary) หรือด้วยเลขฐานสอง ที่เก็บข้อมูลในรูปของเลข 0 และ 1 ในระบบปัจจุบัน.หากเปรียบเทียบง่ายๆ…

Read More