• May 16, 2022

สาหร่าย

นักวิจัยได้ใช้ สาหร่าย สีเขียว แกมน้ำเงินสายพันธุ์ที่มีอยู่แพร่หลายเพื่อให้พลังงานแก่ไมโครโปรเซสเซอร์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งปี และยังทำแบบนี้ยาวนานมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่ได้เพิ่มสิ่งใดเลยนอกจากแสงและน้ำสำหรับเลี้ยง สาหร่าย นับเป็นการเปิดศักยภาพใหม่ในการให้พลังงานหมุนเวียนแก่อุปกรณ์ขนาดเล็กระบบนี้ซึ่งมีขนาดเทียบเท่ากับแบตเตอรี่ AA ประกอบด้วยสาหร่ายที่ไม่เป็นพิษชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Synechocystis ซึ่งรวบรวมพลังงานจากดวงอาทิตย์โดยธรรมชาติผ่านการสังเคราะห์ด้วยแสง กระแสไฟฟ้าขนาดเล็กที่สร้างขึ้นนี้จะทำปฏิกิริยากับอิเล็กโทรดอะลูมิเนียมและใช้เพื่อจ่ายพลังงานให้กับไมโครโปรเซสเซอร์ระบบนี้ทำจากวัสดุทั่วไป ราคาไม่แพง และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหมายความว่าสามารถผลิตได้อย่างง่ายดายหลายแสนเครื่องเพื่อเพิ่มพลังงานให้กับอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตขนาดเล็กจำนวนมาก นักวิจัยกล่าวว่า มีแนวโน้มว่าจะมีประโยชน์มากที่สุดสำหรับการทำงานนอกระบบการจ่ายไฟฟ้าหรือสถานที่ห่างไกล ซึ่งในสถานที่เหล่านั้นพลังงานแม้เพียงจำนวนเล็กน้อยก็สามารถเป็นประโยชน์อย่างมากศาสตราจารย์คริสโตเฟอร์ ฮาว จากภาควิชาชีวเคมีของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ผู้เขียนอาวุโสร่วมของบทความกาวิจัยกล่าวว่า“อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” ( Internet of Things) ที่กำลังเติบโตต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นและเราคิดว่าสิ่งนี้จะต้องมาจากระบบที่สามารถสร้างพลังงานได้ แทนที่จะเก็บมันไว้เหมือนแบตเตอรี่”เขากล่าวเสริมว่า: “อุปกรณ์สังเคราะห์แสงของเราไม่ทำงานเหมือนแบตเตอรี่เพราะมันใช้แสงเป็นแหล่งพลังงานอย่างต่อเนื่อง”ในการทดลองอุปกรณ์ดังกล่าวถูกใช้เพื่อขับเคลื่อน Arm Cortex M0+ ซึ่งเป็นไมโครโปรเซสเซอร์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุปกรณ์ Internet of Things มันทำงานในสภาพแวดล้อมในที่ร่มและสภาพกึ่งกลางแจ้งภายใต้แสงธรรมชาติ และหลังจากหกเดือนของการผลิตพลังงานอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ก็ถูกส่งเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ทางวิชาการดร. เปาโล บอมเบลลี จากคณะชีวเคมีแห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ผู้เขียนคนแรกของงานวิจัยกล่าวว่า“เรารู้สึกประทับใจกับความสม่ำเสมอของระบบทำงานเป็นเวลานาน เราคิดว่าระบบอาจหยุดทำงานหลังจากผ่านไปสองสามสัปดาห์ แต่มันก็ยังคงไปต่อได้เรื่อย ๆ”สาหร่ายไม่ต้องการอาหารเพราะมันสร้างอาหารของตัวเองในขณะที่มันสังเคราะห์แสง และแม้ว่าการสังเคราะห์ด้วยแสงจะต้องการแสง แต่อุปกรณ์ก็ยังสามารถผลิตพลังงานได้ต่อไปในช่วงเวลาที่มืดมิด นักวิจัยคิดว่า เป็นเพราะสาหร่ายแปรรูปอาหารบางส่วนเมื่อไม่มีแสง และสิ่งนี้ยังคงสร้างกระแสไฟฟ้าต่อไปอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things)…

Read More

เที่ยวกลางคืน

“เวลาผู้หญิงไม่มีรถออกไป เที่ยวกลางคืน ตอนแยกกย้ายจะมีคำพูดติดปากเพื่อนเสมอว่า ‘ถึงบ้านบอกด้วยนะ’ ยิ่งถ้าเราแบตฯ หมดระหว่างทางเพื่อนจะยิ่งเป็นห่วงมาก น่าคิดนะว่าเมืองมันอันตรายขนาดไหน”.ลูกแก้ว-โชติรส นาคสุทธิ์ นักเขียนอิสระ สะท้อนปัญหาการเดินทาง ที่ชวนปวดหัวตั้งแต่เด็กยันโต ในฐานะเด็กเมืองหลวงแต่กำเนิด.“บ้านเราอยู่สุดขอบเมือง มีปัญหามาตั้งแต่ประถม เราต้องตื่นตี 5 มาตั้งแต่เด็กเพื่อไปโรงเรียน เข้ามหาวิทยาลัยยิ่งโคตรนรก การเดินทางมันไม่เป็นมิตรกับทุกคนเลย”.รถเมล์สาย 503 กลายเป็นพาหนะประจำของลูกแก้ว ตลอดหลายปีที่่เรียนมหาวิทยาลัยโดยต้องออกจากบ้านล่วงหน้ากว่า 3 ชม. เพื่อให้ทันเข้าเรียนในตอนเช้า.“พอเป็นผู้หญิงหรือเพศที่หลากหลายอื่น ก็มีปัญหาเพิ่มที่ต้องมาระวัง sexual harassment หรือความปลอดภัยอื่นใดที่มาจากเพศของเราบวกไปอีก”.เธอเล่าต่อว่า ด้วยสถานที่เรียนอยู่ใกล้ย่านที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของคน เที่ยวกลางคืน แต่ระดับความสุขนั้นก็มักมากน้อยตามแต่เงินในกระเป๋า.นอกจากนี้ ปัญหาห้องน้ำสาธารณะที่่มีจำกัด ก็สร้างความยากลำบากระหว่างการเดินทาง ทั้งที่มีความสำคัญต่อสุขอนามัยเจริญพันธุ์ ที่ไมได้จำกัดแค่เพศหญิง.ตามความคิดเห็น ของคุณ “ลูกแก้ว” มองว่า ถนนที่ดูเหมือนเปลี่ยว ๆ น่ากลัว อาจไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแต่ปัญหา ไฟส่องสว่างไม่พอเลย “ทั้งที่ไฟก็สว่าง บางทีมันเป็นเพราะไม่มีคนเลย เรารู้สึกว่ากรุงเทพฯ มันไม่ได้เอื้อให้คนมาใช้ชีวิตกลางแจ้ง ในพื้นที่สาธารณะ”.“ถ้าเรามีต้นไม้มากพอ มีมานั่งที่ดี ป้ายรถเมล์พักสบาย คนที่ออกมาใช้ชีวิตก็จะช่วยกันเป็นหูเป็นตา ไม่ใช่ทุกคนเข้าห้าง เราว่าเหตุการณ์อะไรมันก็จะมองเห็นได้ชัดขึ้น คนที่คิดจะทำไม่ดีก็คงน้อยลง”.ลูกแก้วทิ้งท้ายว่า เมืองจะปลอดภัยสำหรับทุกคน…

Read More

สาวแกล

การกลับมาอีกครั้งของสไตล์ ‘สาวแกล’? เมื่อเพลง GAL และ TikTok ปลุกเทรนด์ยุค 90s.ในช่วงนี้ชาว TikTok พากันเต้นเพลง GAL – OHAYO feat. Shake Pepper & Yvngboi P จนทำให้มีเพลงในเวอร์ชั่นภาษาเกาหลีออกมา แน่นอนว่าเพลงนี้ก็ดังเป็นพลุแตกไม่แพ้เวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่น ไม่ว่าจะมาจากประเทศใดก็มารวมใจกันเต้นเพลงนี้ทำให้หลายคนพากันสงสัยว่า ‘แกล’ และท่าเต้น ‘แกลพีซ’ นั้นคืออะไร มีที่มาจากไหนกันแน่.จากเนื้อเพลงที่พูดถึง ‘แกล’ หรือที่อ่านเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า ‘กยาหรุ’ เป็นสไตล์การแต่งตัว และแต่งหน้าแบบหนึ่งของสาวญี่ปุ่นที่เคยฮิตในช่วงยุค 90s กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง เลยกลายเป็นผู้คนเริ่มแต่งหน้าแต่งตัวในสไตล์สาวแกลกันมากขึ้น บางคนก็เอาสไตล์สาวแกลมาประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย กลายเป็นสไตล์แบบ ‘นีโอ-แกล’ ที่สามารถแต่งในชีวิตประจำวันได้.รวมไปถึงท่าถ่ายรูป ‘แกลพีซ’ ที่เป็นการชูสองนิ้วก็กลับมาอีกครั้งเพราะไอดอลเกาหลีหลายคนทำท่าแกลพีซขณะถ่ายรูป แต่เพิ่มความน่ารักขึ้นด้วยการชูสองนิ้วแบบหงายฝ่ามือขึ้น และยื่นเข้าหากล้อง ทำให้ท่าแกลพีซกลายเป็นท่าเต้นที่ขาดไม่ได้ในเพลงนี้.แรกเริ่มเดิมที สาวแกลเกิดมาจากกลุ่มเด็กสาวที่ต้องการจะแหกค่านิยม ‘ความสวย’ ของสังคมญี่ปุ่นที่จะต้องมีผิวขาวราวหิมะ ผมสีดำยาวสุขภาพดี แต่งหน้าเบาบางจนเหมือนไม่ได้แต่งหน้า และแต่งตัวเรียบร้อย.สาวแกลจึงทำทุกอย่างที่ตรงกันข้ามกับค่านิยมนั้น พวกเธอจะทำให้ผิวกลายเป็นสีแทน ทำสีผมให้อ่อนที่สุด แต่งหน้าจัด ใส่กระโปรงสั้นกับถุงเท้าแบบหลวม และสะพายกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพง…

Read More

นิวยอร์ก

มีอาชีพหนึ่งกำลังมาแรงและทำรายได้อย่างงามในมหานคร นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นั่นคือ “idling warriors”หรือ “นักรบจับรถปล่อยควัน” ซึ่งจะคอยจับตาว่ายานพาหนะคันไหนที่ละเมิดกฎหมายด้านมลพิษของเมือง เมื่อพบแล้วก็จะถ่ายคลิปส่งเจ้าหน้าที่.แน่นอนว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่แค่ห่วงสิ่งแวดล้อม แต่ยังหวังรายได้เป็นกอบเป็นกำด้วย เพราะผู้ที่ส่งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่จะมีส่วนแบ่งจากค่าปรับ 25% ของมูลค่าที่เก็บได้ หรือ 87.50 ดอลลาร์สหรัฐ จากค่าปรับ 350 ดอลลาร์คิดเป็นเงินไทยประมาณ 11,550 กว่าบาท.The New York Times รายงานว่าคนเหล่านี้คอยกระตุ้นให้ทางการของเมืองเพิ่มค่าปรับ เพราะตัวเองจะได้มีรายได้เพิ่มด้วยแต่บางคนที่ทำงานนี้ก็ทำเป็นงานไซด์ไลน์หาเงินติดกระเป๋าเท่านั้น แต่มันก็ไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลยเช่น The New York Times ระบุว่ารายหนึ่ง ทำทั้งปีได้เงินถึง 64,000 dollar หรือราว ๆ 2,112,000 Baht.ผู้สื่อข่าวของ The New York Times ประเมินคร่าว ๆ ว่ามีประมาณ 20 คนที่มีรายได้ส่วนใหญ่จากส่วนแบ่งค่าปรับถึง 700,000 dollar หรือประมาณ 23,100,000 บาท…

Read More

ออสเตรเลีย

สถานการณ์ลานีญาที่ขยายวงกว้างได้เปลี่ยนชีวิตบนชายฝั่งตะวันออกของ ออสเตรเลีย ให้กลายเป็นพื้นที่อุทกภัยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และในทางกลับกันฝนที่ตกลงมาอย่างหนักได้มีบทบาทสำคัญช่วยให้ทะเลสาบในทะเลทรายอันกว้างใหญ่ใกล้ใจกลางทวีปมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งทะเลสาบ Lake Eyre เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดของ ออสเตรเลีย มีพื้นที่เก็บกักน้ำจากสามรัฐทางตอนเหนือครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 9,000 ตารางกิโลเมตร และอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 15.2 เมตร ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในออสเตรเลียเมื่อเกิดมรสุมเขตร้อน น้ำท่วมจะไหลจากแม่น้ำสายหลักในประเทศผ่านช่องแคบของรัฐควีนส์แลนด์ โดยล่าสุดเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี 2019 ซึ่งถูกน้ำท่วมเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษและทำให้น้ำไหลลงสู่ทะเลสาบแห่งนี้ช่างภาพ Doug Gimesy ได้ถ่ายภาพมุมสูงทำให้เห็นภาพที่น่าทึ่งทั้งสีชมพู สีฟ้า สีเขียว และสีน้ำตาล ซึ่งได้แทนที่ดินสีแดงแห้งเหือด เนื่องจากที่นี่ไม่มีฝนตกทั่วทะเลสาบตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980ศ.ริชาร์ด คิงส์ฟอร์ด นักชีววิทยาด้านการอนุรักษ์แห่งมหาวิทยาลัยนิวเซาธ์เวลส์ ผู้ทำการศึกษาระบบนิเวศของทะเลสาบที่มีความสำคัญระดับโลกแห่งนี้มากว่าสามทศวรรษระบุว่า ภาพทะเลสาบที่เต็มด้วยสีสันหลากหลายเป็นเรื่องน่าทึ่งและน่าตื่นตาตื่นใจมาก และถือเป็นระบบนิเวศที่มีความสำคัญระดับโลก เพราะน้ำที่ไหลลงทะเลสาบอีกครั้งได้ทำให้ระบบนิเวศฟื้นตัวหลังจากน้ำได้เจือจางเกลือในทะเลสาบที่แห้งแล้งและมันได้นำนกจำนวนนับแสนตัวกลับอีกครั้งแน่นอนว่าทำให้คนเลี้ยงสัตว์ และธุรกิจต่าง ๆ ตื่นเต้นสำหรับพื้นที่สีเขียวชอุ่มที่กำลังกลับมาทะเลสาบแอร์ถือเป็นหนึ่งในระบบแม่น้ำในทะเลทรายอันบริสุทธิ์ที่หลงเหลืออยู่แห่งสุดท้ายของโลก ที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ได้รณรงค์ให้หยุดการพัฒนาและเปลี่ยนเส้นทางการไหลของน้ำเมื่อสองทศวรรษก่อน โดยเฉพาะแรงผลักดันด้านการพัฒนาครั้งใหญ่จากบริษัทพลังงานต่าง ๆ ที่มุ่งสำรองเชื้อเพลิงฟอสซิล สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวข่าวออสเตรเลีย น่าดูแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> burundi ขอบคุณที่รับชม .

Read More

คาร์บอนสีน้ำตาล

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทียนจินเปิดเผยว่า ‘คาร์บอนสีน้ำตาล’ ที่ปล่อยออกมาระหว่างเกิดไฟป่าในซีกโลกเหนือกำลังเร่งภาวะโลกร้อนในแถบอาร์กติกเพิ่มมากขึ้นการศึกษาพบว่า คาร์บอนสีน้ำตาลจากการเผาไหม้ชีวมวล รวมทั้งจากไฟป่ามีส่วนทำให้เกิดความร้อนอย่างน้อยสองเท่าของคาร์บอนสีดำจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ศาสตราจารย์ ปิงจิง ฟู (Pingging Fu) ผู้เขียนอาวุโสของการศึกษากล่าวว่า “การเพิ่มขึ้นของละอองคาร์บอนสีน้ำตาลจะนำไปสู่ภาวะโลกร้อน ซึ่งจะเพิ่มความน่าจะเป็นและความถี่ของไฟป่า” และว่าการปล่อยอนุภาคคาร์บอนจากไฟป่าที่เกิดขึ้นบ่อยก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอย่างรุนแรง และยังบังแสงอาทิตย์ได้มากพอที่จะทำให้เกิดความแตกต่างของอุณหภูมิพื้นผิว แม้กระทั่งหลังจากที่เปลวไฟได้ดับลงแล้วทีมวิจัยได้เดินทางไปสำรวจละอองในอากาศยังพื้นที่อาร์กติกในปี 2017 ซึ่งจากการวิเคราะห์พบว่าผลกระทบจากความร้อนของคาร์บอนสีน้ำตาลเหนืออาร์กติกนั้นสูงถึง 30% ของคาร์บอนสีดำ และมีส่วนทำให้เกิดความร้อนอย่างน้อยสองเท่าของคาร์บอนสีดำจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล นักวิจัยชี้ให้เห็นว่าในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา อาร์กติกร้อนขึ้นในอัตราสามเท่าของส่วนอื่น ๆ ของโลก และมีแนวโน้มว่าไฟป่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนสถานการณ์นี้การศึกษานี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากการวิจัยเปิดเผยว่าไฟป่าในสหรัฐรุนแรงมากขึ้นอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจากรายงานของมหาวิทยาลัยโคโลราโดโบลเดอร์ พบว่าโดยเฉลี่ยแล้วไฟป่าในสหรัฐมีขนาดใหญ่ขึ้นสี่เท่าและเกิดบ่อยขึ้นสามเท่านับตั้งแต่ปี 2000 นอกจากนี้ไฟป่าขนาดใหญ่เหล่านี้กำลังแพร่กระจายไปยังพื้นที่ใหม่ และส่งผลกระทบต่อพื้นที่ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้ถูกไฟไหม้เป็นประจำมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต อย่างไรก็ตามฤดูไฟป่าปี 2021 ทำลายสถิติทั่วโลก ทั้งในแคลิฟอร์เนียจนถึงไซบีเรีย โดยรายงานที่ตีพิมพ์โดยสหประชาชาติเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาเตือนว่าไฟป่ากำลังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 50% ภายในปี 2050 ซึ่งไฟเหล่านี้ทำลายบ้านเรือน พืช และสัตว์จำนวนมาก สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด ข่าวคาร์บอนสีน้ำตาล น่าดูแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> burundi ขอบคุณที่รับชม .

Read More

ศาลปกครองสูงสุด

ศาลปกครองสูงสุด วินิจฉัยไม่ฟื้นคดี ‘ค่าโง่คลองด่าน’ รัฐต้องจ่ายเงินชดเชยหมื่นล้าน . หลายวันก่อนเพิ่งมีข่าวดีเรื่อง ‘ค่าโง่โฮปเวลล์’ ไป แต่ในวันนี้ (7 มี.ค.2565) ไม่มีข่าวดีในอีกค่าโง่สำคัญ คือกรณี ‘ค่าโง่คลองด่าน’ เมื่อศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานที่กระทรวงการคลังและกรมควบคุมมลพิษยื่นมาเพื่อขอฟื้นคดี ไม่ใช่ ‘พยานหลักฐานใหม่’ ทำให้รัฐต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่เอกชนประมาณ 9,600 ล้านบาทรวมดอกเบี้ย ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ . ค่าโง่(โครงการบ่อบำบัดน้ำเสีย)คลองด่าน คืออะไร? . โครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน หรือชื่อเต็ม ‘โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียในเขตควบคุมมลพิษพื้นที่ จ.สมุทรปราการ’ ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2538 มีปัญหาตั้งแต่การเลือกพื้นที่ตั้งโครงการ แทนที่จะเลือกบริเวณใกล้เขตอุตสาหกรรม กลับมาเลือกพื้นที่ใน ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ที่อยู่ไกลจากเขตอุตสาหกรรมนับร้อยกิโลเมตร ปัญหาการออกเอกสารสิทธิที่ดิน และปัญหาในขั้นตอนการประมูลเอกชนที่มารับงาน . กระทั่งเมื่อประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ มาเป็น รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ในปี 2546 ก็ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนจะสั่งให้ยุติการดำเนินโครงการ หลังก่อสร้างไปแล้วกว่า 95% . นำไปสู่การฟ้องร้องของเอกชนที่ได้รับงานนี้อย่างกิจการร่วมค้า NVPSKG…

Read More

เรื่องราวดีๆ

เรื่องราวดีๆ ดูหนังเก่าไทย และฟุตเทจเหตุการณ์ในอดีต กับ ‘Film Archive Thailand’ ช่องยูทูบโดยหอภาพยนตร์.หนังและฟุตเทจ เหตุการณ์เก่า ๆ ถือเป็นหนึ่งในหลักฐาน ที่มีคุณค่าทั้งในทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ‘หอภาพยนตร์’ เป็นหน่วยงานที่เห็นความสำคัญจึงทำหน้าที่เก็บรักษาหนังและเทปเรื่องราวในอดีต เพื่อเผยแพร่ให้กับคนทั่วไปได้ชื่นชมเพื่อความบันเทิงไปจนถึงศึกษาค้นคว้า ซึ่งนอกจากจะไปเที่ยวชมได้ที่พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทยแล้ว ตอนนี้เราสามารถดูหนังหรือเทปบันทึกเหล่านั้นบนช่องยูทูบ ‘Film Archive’ ที่จัดทำโดยหอภาพยนต์เอง.ด้วยความเก่า หนังไทยและฟุตเทจเหตุการณ์ต่างๆ จึงมีให้เลือกดูตั้งแต่ภาพยังเป็นแบบขาวดำ ยาวมาจนถึงช่วงที่ประวัติศาสตร์เริ่มมีสีสัน.สำหรับคอหนังไทย บนช่อง Film Archive มีหนังไทยระดับตำนาน หลายเรื่องให้เลือกดูอย่าง‘โรงแรมนรก’ หนังปี พ.ศ.2500 ผลงานชิ้นเอกของ รัตน์ เปสตันยี ที่เล่าเรื่องราวลึกลับและตึงเครียดในโรงแรมย่านชนบทแห่งหนึ่ง หนังเรื่องโรงแรมนรกได้รับการพูดถึงในแง่การเล่าเรื่องที่ล้ำสมัยและไม่เหมือนใครถ้าเทียบกับหนังในยุคเดียวกันขยับมาอีกหน่อยก็มี ‘สาย สีมา นักสู้สามัญชน’ (พ.ศ.2524) หนังขึ้นหิ้ง ที่สร้างจาก novel เรื่อง ปีศาจ ของ เสนีย์ เสาวพงศ์.นอกจากหนังก็ยังการ์ตูนอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย เช่นเรื่อง ‘หนุมานเผชิญภัยครั้งใหม่’ผลงานปี พ.ศ.2500 ของ ปยุต เงากระจ่าง การ์ตูนเรื่องนี้ถือเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์เพราะเป็นโปรเจกต์ที่ได้รับการสนับสนุนทุนและเทคโนโลยีจากสำนักข่าวสารอเมริกา โดยเนื้อหามีหนุมานเป็นตัวละครหลักที่ต่อสู้ขับไล่ลัทธิคอมมิวนิสต์.ถ้าใครไม่สนใจทั้งหนังและการ์ตูน…

Read More

Startup

เมื่อปีที่แล้ว Aeon Shopping Mall ชื่อดังของ Japan ได้ร่วมมือกับ Loop ซึ่งเป็น Startup บรรจุภัณฑ์แบบหมุนเวียน เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และกำจัดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งจำนวนมหาศาลที่ญี่ปุ่นสร้างขึ้นในแต่ละปี (ซึ่งญี่ปุ่นผลิตขยะพลาสติกมากเป็นอันสองของโลก)แต่ก่อน Aeon ก็เหมือนห้างอื่น ๆ ที่ใช้ภาชนะ และบรรจุภัณฑ์ แบบใช้แล้วทิ้งกับสินค้าอุปโภคบริโภคประจำวัน เช่น อาหาร ผงซักฟอกและแชมพู ซึ่งสร้างขยะมหาศาล แต่ด้วยความร่วมมือกับ Loop พวกเขาจะหันมาใช้ภาชนะหมุนเวียนที่สามารถใช้งานได้หลายครั้ง เช่น สแตนเลสและแก้วLoop เป็น Startup ที่เปิดตัวเมื่อปี 2019 บริหารโดย TerraCycle องค์กร เพื่อสังคมแห่งนวัตกรรมที่มีภารกิจในการหาทาง “กำจัดด้วยการจัดการกับขยะ” (Eliminate the Idea of Waste) โดยรวบรวมและรีไซเคิลขยะที่รีไซเคิลยากผ่านแพลตฟอร์มการรีไซเคิลระดับประเทศ และยังช่วยสรรหาบรรจุภัณฑ์ดี ๆ ให้ผู้ผลิตด้วยพวกเขานำเสนอบรรจุภัณฑ์ที่ทนทาน น่าใช้ โดยเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทใหญ่ ๆ หลายแห่งโดยเฉพาะในประเทศตะวันตก จนกระทั่งมาร่วมมือกับ Aeonขั้นตอนก็คือ ผู้บริโภคซื้อผลิตภัณฑ์ Loop…

Read More

โลกร้อน

ภาวะ โลกร้อน ขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้เราเป็นเหมือน “กบถูกต้ม” ที่ความร้อนเดือดมากขึ้นทีละน้อยจนตายไม่รู้ตัว นี่คือข้อมูลล่าสุดที่พบว่าปี 2564 เป็นอีกปีที่ โลกร้อน ที่สุดติดต่อกัน . การประเมินประจำปีโดย Copernicus หน่วยงานด้านสภาพอากาศของยุโรปพบว่า 7 ปีที่ผ่านมาร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยที่อุณหภูมิโลกในปี 2564 อยู่ที่ 1.2 องศาเซลเซียสเหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม . Copernicus  ยังพบว่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศถึงระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ทรงพลังมากนั้นเพิ่มขึ้น “อย่างมาก” ซึ่งเป็นสถิติใหม่เช่นกัน . ระดับคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยในปี 2564 ทำสถิติสูงสุดใหม่ก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ 414 ส่วนต่อล้าน และการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลในปริมาณมากอยู่ที่ 280 ส่วนในล้านส่วน . ในขณะที่ระดับก๊าซมีเทนที่ส่วนใหญ่เกิดจากการทำอุตสาหกรรมปุศสัตว์กำลังเร่งตัวขึ้นโดยมีอัตราการเติบโตในปี 2564 ประมาณสามเท่าของอัตราของทศวรรษที่ผ่านมา . ตัวอย่างภาวะสุดโต่งของสภาพอากาศโลก ไม่ใช่แค่ร้อนขึ้นเท่านั้นอย่างเช่นในจีน หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของจีนเพิ่งประกาศว่าปี 2564 เป็นปีที่ร้อนที่สุดของประเทศเป็นประวัติการณ์ . ผลที่ตามมาก็คือภาคเหนือที่ปกติจะหนาวจัดกลับเจอปีที่ฝนตกชุกที่สุด ทั่วประเทศยังเจอสภาพอากาศเลวร้ายเป็นวงกว้าง เช่น น้ำท่วมในเดือนกรกฎาคมในมณฑลเหอหนานทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน .…

Read More