• May 16, 2022

สาหร่าย

นักวิจัยได้ใช้ สาหร่าย สีเขียว แกมน้ำเงินสายพันธุ์ที่มีอยู่แพร่หลายเพื่อให้พลังงานแก่ไมโครโปรเซสเซอร์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งปี และยังทำแบบนี้ยาวนานมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่ได้เพิ่มสิ่งใดเลยนอกจากแสงและน้ำสำหรับเลี้ยง สาหร่าย นับเป็นการเปิดศักยภาพใหม่ในการให้พลังงานหมุนเวียนแก่อุปกรณ์ขนาดเล็กระบบนี้ซึ่งมีขนาดเทียบเท่ากับแบตเตอรี่ AA ประกอบด้วยสาหร่ายที่ไม่เป็นพิษชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Synechocystis ซึ่งรวบรวมพลังงานจากดวงอาทิตย์โดยธรรมชาติผ่านการสังเคราะห์ด้วยแสง กระแสไฟฟ้าขนาดเล็กที่สร้างขึ้นนี้จะทำปฏิกิริยากับอิเล็กโทรดอะลูมิเนียมและใช้เพื่อจ่ายพลังงานให้กับไมโครโปรเซสเซอร์ระบบนี้ทำจากวัสดุทั่วไป ราคาไม่แพง และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหมายความว่าสามารถผลิตได้อย่างง่ายดายหลายแสนเครื่องเพื่อเพิ่มพลังงานให้กับอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตขนาดเล็กจำนวนมาก นักวิจัยกล่าวว่า มีแนวโน้มว่าจะมีประโยชน์มากที่สุดสำหรับการทำงานนอกระบบการจ่ายไฟฟ้าหรือสถานที่ห่างไกล ซึ่งในสถานที่เหล่านั้นพลังงานแม้เพียงจำนวนเล็กน้อยก็สามารถเป็นประโยชน์อย่างมากศาสตราจารย์คริสโตเฟอร์ ฮาว จากภาควิชาชีวเคมีของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ผู้เขียนอาวุโสร่วมของบทความกาวิจัยกล่าวว่า“อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” ( Internet of Things) ที่กำลังเติบโตต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นและเราคิดว่าสิ่งนี้จะต้องมาจากระบบที่สามารถสร้างพลังงานได้ แทนที่จะเก็บมันไว้เหมือนแบตเตอรี่”เขากล่าวเสริมว่า: “อุปกรณ์สังเคราะห์แสงของเราไม่ทำงานเหมือนแบตเตอรี่เพราะมันใช้แสงเป็นแหล่งพลังงานอย่างต่อเนื่อง”ในการทดลองอุปกรณ์ดังกล่าวถูกใช้เพื่อขับเคลื่อน Arm Cortex M0+ ซึ่งเป็นไมโครโปรเซสเซอร์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุปกรณ์ Internet of Things มันทำงานในสภาพแวดล้อมในที่ร่มและสภาพกึ่งกลางแจ้งภายใต้แสงธรรมชาติ และหลังจากหกเดือนของการผลิตพลังงานอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ก็ถูกส่งเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ทางวิชาการดร. เปาโล บอมเบลลี จากคณะชีวเคมีแห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ผู้เขียนคนแรกของงานวิจัยกล่าวว่า“เรารู้สึกประทับใจกับความสม่ำเสมอของระบบทำงานเป็นเวลานาน เราคิดว่าระบบอาจหยุดทำงานหลังจากผ่านไปสองสามสัปดาห์ แต่มันก็ยังคงไปต่อได้เรื่อย ๆ”สาหร่ายไม่ต้องการอาหารเพราะมันสร้างอาหารของตัวเองในขณะที่มันสังเคราะห์แสง และแม้ว่าการสังเคราะห์ด้วยแสงจะต้องการแสง แต่อุปกรณ์ก็ยังสามารถผลิตพลังงานได้ต่อไปในช่วงเวลาที่มืดมิด นักวิจัยคิดว่า เป็นเพราะสาหร่ายแปรรูปอาหารบางส่วนเมื่อไม่มีแสง และสิ่งนี้ยังคงสร้างกระแสไฟฟ้าต่อไปอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things)…

Read More

เที่ยวกลางคืน

“เวลาผู้หญิงไม่มีรถออกไป เที่ยวกลางคืน ตอนแยกกย้ายจะมีคำพูดติดปากเพื่อนเสมอว่า ‘ถึงบ้านบอกด้วยนะ’ ยิ่งถ้าเราแบตฯ หมดระหว่างทางเพื่อนจะยิ่งเป็นห่วงมาก น่าคิดนะว่าเมืองมันอันตรายขนาดไหน”.ลูกแก้ว-โชติรส นาคสุทธิ์ นักเขียนอิสระ สะท้อนปัญหาการเดินทาง ที่ชวนปวดหัวตั้งแต่เด็กยันโต ในฐานะเด็กเมืองหลวงแต่กำเนิด.“บ้านเราอยู่สุดขอบเมือง มีปัญหามาตั้งแต่ประถม เราต้องตื่นตี 5 มาตั้งแต่เด็กเพื่อไปโรงเรียน เข้ามหาวิทยาลัยยิ่งโคตรนรก การเดินทางมันไม่เป็นมิตรกับทุกคนเลย”.รถเมล์สาย 503 กลายเป็นพาหนะประจำของลูกแก้ว ตลอดหลายปีที่่เรียนมหาวิทยาลัยโดยต้องออกจากบ้านล่วงหน้ากว่า 3 ชม. เพื่อให้ทันเข้าเรียนในตอนเช้า.“พอเป็นผู้หญิงหรือเพศที่หลากหลายอื่น ก็มีปัญหาเพิ่มที่ต้องมาระวัง sexual harassment หรือความปลอดภัยอื่นใดที่มาจากเพศของเราบวกไปอีก”.เธอเล่าต่อว่า ด้วยสถานที่เรียนอยู่ใกล้ย่านที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของคน เที่ยวกลางคืน แต่ระดับความสุขนั้นก็มักมากน้อยตามแต่เงินในกระเป๋า.นอกจากนี้ ปัญหาห้องน้ำสาธารณะที่่มีจำกัด ก็สร้างความยากลำบากระหว่างการเดินทาง ทั้งที่มีความสำคัญต่อสุขอนามัยเจริญพันธุ์ ที่ไมได้จำกัดแค่เพศหญิง.ตามความคิดเห็น ของคุณ “ลูกแก้ว” มองว่า ถนนที่ดูเหมือนเปลี่ยว ๆ น่ากลัว อาจไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแต่ปัญหา ไฟส่องสว่างไม่พอเลย “ทั้งที่ไฟก็สว่าง บางทีมันเป็นเพราะไม่มีคนเลย เรารู้สึกว่ากรุงเทพฯ มันไม่ได้เอื้อให้คนมาใช้ชีวิตกลางแจ้ง ในพื้นที่สาธารณะ”.“ถ้าเรามีต้นไม้มากพอ มีมานั่งที่ดี ป้ายรถเมล์พักสบาย คนที่ออกมาใช้ชีวิตก็จะช่วยกันเป็นหูเป็นตา ไม่ใช่ทุกคนเข้าห้าง เราว่าเหตุการณ์อะไรมันก็จะมองเห็นได้ชัดขึ้น คนที่คิดจะทำไม่ดีก็คงน้อยลง”.ลูกแก้วทิ้งท้ายว่า เมืองจะปลอดภัยสำหรับทุกคน…

Read More