• April 27, 2022

สาวแกล

การกลับมาอีกครั้งของสไตล์ ‘สาวแกล’? เมื่อเพลง GAL และ TikTok ปลุกเทรนด์ยุค 90s.ในช่วงนี้ชาว TikTok พากันเต้นเพลง GAL – OHAYO feat. Shake Pepper & Yvngboi P จนทำให้มีเพลงในเวอร์ชั่นภาษาเกาหลีออกมา แน่นอนว่าเพลงนี้ก็ดังเป็นพลุแตกไม่แพ้เวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่น ไม่ว่าจะมาจากประเทศใดก็มารวมใจกันเต้นเพลงนี้ทำให้หลายคนพากันสงสัยว่า ‘แกล’ และท่าเต้น ‘แกลพีซ’ นั้นคืออะไร มีที่มาจากไหนกันแน่.จากเนื้อเพลงที่พูดถึง ‘แกล’ หรือที่อ่านเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า ‘กยาหรุ’ เป็นสไตล์การแต่งตัว และแต่งหน้าแบบหนึ่งของสาวญี่ปุ่นที่เคยฮิตในช่วงยุค 90s กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง เลยกลายเป็นผู้คนเริ่มแต่งหน้าแต่งตัวในสไตล์สาวแกลกันมากขึ้น บางคนก็เอาสไตล์สาวแกลมาประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย กลายเป็นสไตล์แบบ ‘นีโอ-แกล’ ที่สามารถแต่งในชีวิตประจำวันได้.รวมไปถึงท่าถ่ายรูป ‘แกลพีซ’ ที่เป็นการชูสองนิ้วก็กลับมาอีกครั้งเพราะไอดอลเกาหลีหลายคนทำท่าแกลพีซขณะถ่ายรูป แต่เพิ่มความน่ารักขึ้นด้วยการชูสองนิ้วแบบหงายฝ่ามือขึ้น และยื่นเข้าหากล้อง ทำให้ท่าแกลพีซกลายเป็นท่าเต้นที่ขาดไม่ได้ในเพลงนี้.แรกเริ่มเดิมที สาวแกลเกิดมาจากกลุ่มเด็กสาวที่ต้องการจะแหกค่านิยม ‘ความสวย’ ของสังคมญี่ปุ่นที่จะต้องมีผิวขาวราวหิมะ ผมสีดำยาวสุขภาพดี แต่งหน้าเบาบางจนเหมือนไม่ได้แต่งหน้า และแต่งตัวเรียบร้อย.สาวแกลจึงทำทุกอย่างที่ตรงกันข้ามกับค่านิยมนั้น พวกเธอจะทำให้ผิวกลายเป็นสีแทน ทำสีผมให้อ่อนที่สุด แต่งหน้าจัด ใส่กระโปรงสั้นกับถุงเท้าแบบหลวม และสะพายกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพง…

Read More

นิวยอร์ก

มีอาชีพหนึ่งกำลังมาแรงและทำรายได้อย่างงามในมหานคร นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นั่นคือ “idling warriors”หรือ “นักรบจับรถปล่อยควัน” ซึ่งจะคอยจับตาว่ายานพาหนะคันไหนที่ละเมิดกฎหมายด้านมลพิษของเมือง เมื่อพบแล้วก็จะถ่ายคลิปส่งเจ้าหน้าที่.แน่นอนว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่แค่ห่วงสิ่งแวดล้อม แต่ยังหวังรายได้เป็นกอบเป็นกำด้วย เพราะผู้ที่ส่งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่จะมีส่วนแบ่งจากค่าปรับ 25% ของมูลค่าที่เก็บได้ หรือ 87.50 ดอลลาร์สหรัฐ จากค่าปรับ 350 ดอลลาร์คิดเป็นเงินไทยประมาณ 11,550 กว่าบาท.The New York Times รายงานว่าคนเหล่านี้คอยกระตุ้นให้ทางการของเมืองเพิ่มค่าปรับ เพราะตัวเองจะได้มีรายได้เพิ่มด้วยแต่บางคนที่ทำงานนี้ก็ทำเป็นงานไซด์ไลน์หาเงินติดกระเป๋าเท่านั้น แต่มันก็ไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลยเช่น The New York Times ระบุว่ารายหนึ่ง ทำทั้งปีได้เงินถึง 64,000 dollar หรือราว ๆ 2,112,000 Baht.ผู้สื่อข่าวของ The New York Times ประเมินคร่าว ๆ ว่ามีประมาณ 20 คนที่มีรายได้ส่วนใหญ่จากส่วนแบ่งค่าปรับถึง 700,000 dollar หรือประมาณ 23,100,000 บาท…

Read More

ออสเตรเลีย

สถานการณ์ลานีญาที่ขยายวงกว้างได้เปลี่ยนชีวิตบนชายฝั่งตะวันออกของ ออสเตรเลีย ให้กลายเป็นพื้นที่อุทกภัยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และในทางกลับกันฝนที่ตกลงมาอย่างหนักได้มีบทบาทสำคัญช่วยให้ทะเลสาบในทะเลทรายอันกว้างใหญ่ใกล้ใจกลางทวีปมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งทะเลสาบ Lake Eyre เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดของ ออสเตรเลีย มีพื้นที่เก็บกักน้ำจากสามรัฐทางตอนเหนือครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 9,000 ตารางกิโลเมตร และอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 15.2 เมตร ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในออสเตรเลียเมื่อเกิดมรสุมเขตร้อน น้ำท่วมจะไหลจากแม่น้ำสายหลักในประเทศผ่านช่องแคบของรัฐควีนส์แลนด์ โดยล่าสุดเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี 2019 ซึ่งถูกน้ำท่วมเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษและทำให้น้ำไหลลงสู่ทะเลสาบแห่งนี้ช่างภาพ Doug Gimesy ได้ถ่ายภาพมุมสูงทำให้เห็นภาพที่น่าทึ่งทั้งสีชมพู สีฟ้า สีเขียว และสีน้ำตาล ซึ่งได้แทนที่ดินสีแดงแห้งเหือด เนื่องจากที่นี่ไม่มีฝนตกทั่วทะเลสาบตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980ศ.ริชาร์ด คิงส์ฟอร์ด นักชีววิทยาด้านการอนุรักษ์แห่งมหาวิทยาลัยนิวเซาธ์เวลส์ ผู้ทำการศึกษาระบบนิเวศของทะเลสาบที่มีความสำคัญระดับโลกแห่งนี้มากว่าสามทศวรรษระบุว่า ภาพทะเลสาบที่เต็มด้วยสีสันหลากหลายเป็นเรื่องน่าทึ่งและน่าตื่นตาตื่นใจมาก และถือเป็นระบบนิเวศที่มีความสำคัญระดับโลก เพราะน้ำที่ไหลลงทะเลสาบอีกครั้งได้ทำให้ระบบนิเวศฟื้นตัวหลังจากน้ำได้เจือจางเกลือในทะเลสาบที่แห้งแล้งและมันได้นำนกจำนวนนับแสนตัวกลับอีกครั้งแน่นอนว่าทำให้คนเลี้ยงสัตว์ และธุรกิจต่าง ๆ ตื่นเต้นสำหรับพื้นที่สีเขียวชอุ่มที่กำลังกลับมาทะเลสาบแอร์ถือเป็นหนึ่งในระบบแม่น้ำในทะเลทรายอันบริสุทธิ์ที่หลงเหลืออยู่แห่งสุดท้ายของโลก ที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ได้รณรงค์ให้หยุดการพัฒนาและเปลี่ยนเส้นทางการไหลของน้ำเมื่อสองทศวรรษก่อน โดยเฉพาะแรงผลักดันด้านการพัฒนาครั้งใหญ่จากบริษัทพลังงานต่าง ๆ ที่มุ่งสำรองเชื้อเพลิงฟอสซิล สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวข่าวออสเตรเลีย น่าดูแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> burundi ขอบคุณที่รับชม .

Read More