• May 28, 2021

รู้หรือไม่-Know

รู้หรือไม่-Know

รู้หรือไม่-Know

วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่อง “สัจธรรมของโลก” หรือถ้าแปลง่าย ๆ ก็คือ ความจริงของโลก เมื่อพูดถึงสัจธรรมของโลกเราคงนึกถึงความจริงของโลกนี้ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่มนุษย์เราไม่สามารถควบคุมให้เป็นไปตามที่เราต้องการหรือปรารถนาได้ทุกอย่าง เช่น เกิด แก่ เจ็บ ตาย มนุษย์ทุกคนเกิดมาแล้วก็ต้องตายจากโลกนี้ไปไม่ว่าช้าหรือเร็ว ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ไม่มีใครที่มีชีวิตนิรันดร์ เรื่องนี้คือพื้นฐานที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้ว

แล้วถ้าเป็นเรื่องของ “ความรัก” และ “ความชัง” ล่ะ มันก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็นสัจธรรมของโลกได้เฉกเช่นเดียวกันใช่หรือไม่? เพราะเราไม่สามารถทำให้ทุกคนมารักเราได้อยู่แล้วนั่นคือเรื่องจริง!

แอดเชื่อว่าไม่ว่าใครก็ตามที่สามารถยอมรับความจริงของโลกได้คนนั้นจะไม่เป็นทุกข์ ยกตัวอย่างง่าย ๆ เลย หากเราเป็นคนที่รู้ตัวว่ามีคนเกลียดหรือไม่ชอบขี้หน้าเรา หรือนินทาเราลับหลัง และถ้าเราเป็นคนที่ยอมรับความจริงที่ว่า อ้าว..ก็โลกนี้มันเป็นเหรียญสองด้านไม่ใช่เหรอ มีคนรักก็ย่อมมีคนเกลียดบ้างไม่เห็นแปลก แล้วเราจะไปทำอะไรได้ จะไปควบคุมหรือบังคับความคิดความรู้สึกให้เขามารักเราได้ไหม ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคนที่สามารถยอมรับสัจธรรมของโลกได้ก็อาจจะเป็นคนที่สามารถปล่อยวางและไม่เก็บเอามาคิดให้ทุกข์ใจ

แล้วถ้าหากยังมีคนที่พยายามฝืนความจริงหรือบังคับให้ทุกคนมารักตัวเองได้นั้น มันคงจะเรียกได้ว่าเป็นการฝืนธรรมชาติแห่งความเป็นจริงหรือไม่? ยกตัวอย่างเช่น เราไปจีบสาว 10 คน โดยใช้วิธีการบังคับให้พวกเธอทุกคนมารักเราด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงผู้หญิงทั้ง 10 คนนั้นอาจจะมีคนที่ชอบเราด้วยความรู้สึกจริง ๆ ก็ได้ แต่ก็ต้องยอมรับด้วยว่ามันต้องมีบางคนอยู่แล้วที่อาจจะไม่ได้ชอบเรา สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น

1. ผู้หญิงทั้ง 10 คน รักและชอบในตัวเราจริง ๆ ถึงแม้ว่าจะโดนบังคับก็ตาม

2. ผู้หญิงส่วนหนึ่งจาก 10 คน รักและชอบในตัวเราจริง ๆ แต่บางส่วนไม่ได้ชอบในตัวเรา ถึงแม้ว่าจะโดนบังคับก็ตาม

3. ผู้หญิงทั้ง 10 คน ไม่ชอบและรักในตัวเราเลย ถึงแม้ว่าจะโดนบังคับก็ตาม

สรุปได้ว่า ต่อให้เราจะบังคับหรือไม่ได้บังคับ ก็ไม่ได้การันตีว่าทุกคนจะรักเราและชื่นชมในตัวเราเสมอไป ทุกอย่างย่อมมีสองด้าน มีดำมีขาว มีหยินต้องมีหยาง มีมืดต้องมีสว่าง เพื่อความสมดุลของโลกใบนี้

แล้วยิ่งถ้าไปบังคับคนที่ไม่ชอบเราให้มาชอบเราอีก อันนี้แอดคิดว่าเหมือนเป็นคนทีไม่ยอมรับความจริงหรือพยายามฝืนความจริง เพราะถ้าหากทำได้คุณคิดว่าคนที่โดนบังคับให้มารักเราเขาจะรักด้วยใจจริงหรือเปล่า? ให้คนที่เขารักเราด้วยความรู้สึกจริง ๆ แบบไม่ถูกบังคับไม่ดีกว่าเหรอ?

แอดเชื่อว่าคนเราเกิดมาทุกคนไม่ได้เพอร์เฟกต์หรือดีแบบ 100% รวมทั้งแอดด้วย เหมือนคำกล่าวที่ว่า “ความเพอร์เฟกต์คือความไม่เพอร์เฟกต์”

แล้วเพื่อน ๆ มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างเกี่ยวกับประเด็นนี้สามารถเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ครับ หากแอดเข้าใจข้อมูลตรงส่วนไหนคลาดเคลื่อนหรือผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ครับ

รู้หรือไม่-Know ว่า

รู้หรือไม่-Know

วันนี้เราจะมาพูดถึงอาการของ “โรคเก็บสะสมของ (Hoarding Disorder)” กันครับ เคยมั้ยที่ในบางครั้งเราชื่นชอบในการเก็บสะสมของหรือสิ่งของต่าง ๆ ที่ได้มา ไม่ว่าจะเป็นบิล ใบเสร็จ ตั๋วต่าง ๆ ตลอดจนชอบสะสมหนังสือ ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ แต่โรคเก็บสะสมของดังกล่าวนั้นคืออาการของคนที่สะสมของเหล่านี้มากจนเกินกว่าปกติ!

โรคเก็บสะสมของหรือ Hoarding Disorder เป็นรูปแบบของพฤติกรรมของคนที่มีการะเก็บสะสมของมากจนเกินไป อีกทั้งยังมีความรู้สึกไม่กล้าที่จะตัดสินใจทิ้งสิ่งของเหล่านั้นที่ตั้งวางเรียงรายหรือกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นภายในห้อง นอกจากนี้การบังคับให้ผู้มีอาการดังกล่าวต้องทิ้งสิ่งของเหล่านั้น อาจส่งผลทำให้ผู้ป่วยเกิดความวิตกกังวล ความเครียด หรืออาการซึมเศร้าได้

ใครหลายคนคงเคยเห็นข่าวมาบ้างแล้วเกี่ยวกับผู้ที่มีอาการของโรคชอบเก็บสะสมของที่เกิดขึ้นภายในหอพักหรือบ้านเช่าที่เขาเหล่านั้นจะมีพฤติกรรมเก็บสะสมสิ่งของต่าง ๆ มากเกินไปจนล้นออกมาจากภายในห้องและขวางทางเดิน นั่นก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็นอาการที่เข้าข่ายเป็นโรคเก็บสะสมของนั่นเอง

โดยผู้ป่วยเองมักรู้ดีว่าตนเองมีพฤติกรรมที่ผิดปกติ แต่ความรู้สึกที่ฝังกับวัตถุ (Emotional attachment to the hoarded objects) ที่มีมากเกินพอดี จึงส่งผลทำให้ยากต่อการตัดสินใจที่จะทิ้งข้าวของหลายอย่าง ซึ่งโรคนี้ยังถือเป็นโรคที่นักวิจัยพึ่งเริ่มศึกษากันมาได้ไม่นาน และพึ่งถูกบัญญัติเป็นโรคความผิดปกติทางจิตในคู่มือ DSM ฉบับที่ 5 เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง

Hoarding Disorder ถือได้ว่าเป็นโรคทางจิตเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดแต่สามารถเยียวยาได้ โดยมีวิธีรักษา เช่น การใช้ยาในการลดความเครียดหรือความต้องการเก็บสะสมของให้ทุเลาบรรเทาลงได้ในระดับหนึ่ง, พฤติกรรมบำบัดเพื่อฟื้นฟูรักษาสภาพจิตใจของผู้ป่วยโดยตรงให้มีความสามารถในการควบคุมและตัดสินใจได้ดีขึ้น

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด วิวรู้หรือไม่-Know น่าดูแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> aqua-marina ขอบคุณที่รับชม .

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *