• December 22, 2021

ซีรีส์ Snowdrop

ซีรีส์ Snowdrop

สรุปประเด็นแบน ซีรีส์ Snowdrop การเคลื่อนไหวที่สะท้อนภาพความหวงแหนประชาธิปไตยของเกาหลีใต้
.
(spoil alert!) บทความอาจเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่อง
.
เพราะเรื่อง ‘ประชาธิปไตย’ ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้ในเกาหลีใต้ โดนวิพากษ์วิจารณ์มาตั้งแต่ก่อนออนแอร์ในโทรทัศน์สำหรับซีรีส์เรื่อง ‘Snowdrop’ ที่โดนดราม่ามาตั้งแต่ปล่อยตอนแรกว่ามีเนื้อหาบิดเบือนประวัติศาสตร์ จนนำมาสู่การล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนซีรีส์ดังในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
.
ประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นมีที่มาที่ไปอย่างไร และสำคัญอย่างไรกับคนเกาหลีใต้ kbr777 จะมาสรุปให้ฟัง
.

  1. ซีรีส์เรื่อง Snowdrop เล่าถึงเหตุการณ์ ปี 1987 ซึ่งเป็นปีที่มีความสำคัญอย่างมาก
    สำหรับประวัติศาสตร์ชาติเกาหลี เนื่องจากมีเหตุการณ์นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส
    .
    ซึ่งระหว่างเรียกร้อง กลุ่มนักศึกษาต้องต่อสู้ Group of students must fight กับเจ้าหน้าที่ของ หน่วยข่าวกรองแห่งชาติ National Intelligence Service ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลเผด็จการ ซึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ เจ้าหน้าที่ของรัฐเหล่านี้อ้างว่า นักศึกษาที่ออกมาชุมนุมเป็นสายลับที่เข้ามาสืบข้อมูลในชาติ เพื่อเป็นเหตุผลในการกำจัด ทำให้เกิดความสูญเสียขึ้น
    .
    (อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์เกาหลีใต้บอกไว้ว่า ในเหตุการณ์ครั้งนั้นมีสายลับปลอมเป็นนักศึกษาเพื่อหาข้อมูลจริง ซึ่งจุดนี้เองที่ไปสอดคล้องกับเรื่องราวในซีรีส์ Snowdrop)
    .
    แม้เหตุการณ์ ปี 1987 จะเริ่มต้นด้วยความรุนแรง แต่ท้ายที่สุดความพยายามของเหล่านักศึกษาก็ไม่สูญเปล่า เพราะเกาหลีใต้ได้จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการได้สำเร็จในปีเดียวกับ ขณะที่นักศึกษาที่ออกมาประท้วงก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ปูเส้นทางประชาธิปไตยในประเทศ
    .
  2. ตัดภาพก ลับมาที่เรื่องราว ใน Snowdrop จะดำเนินเรื่องโดย 2 ตัวละครหลัก คือ ‘อิมซูโฮ’ Im Suho ชายหนุ่มที่มาพบกับ ‘อึนยองชู’ นักศึกษาพยาบาลในสภาพโชกเลือด โดยอิมซูโฮ หลอกอึนยองชูว่าตัวเองเป็นนักศึกษาที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐทำร้าย ก่อนจะมาเฉลยตอนท้ายตัวเองเป็นสายลับ ซึ่งทั้ง 2 ตัวละครนั้นมีการอ้างถึงบุคคลนักศึกษาที่มีชีวิตจริงและเป็นหนึ่งในผู้ออกไปประท้วง
    .
  3. นับตั้งแต่มีการปล่อยเรื่องย่อของ Snowdrop ออกมาเมื่อช่วงเดือน มีนาคม 2564 ก็เริ่มเกิดกระแส
    วิพากษ์วิจารณ์ Criticize ในแง่ลบว่า Series เรื่องนี้จงใจบิดเบือน เหตุการณ์ใน History และบิดประเด็น ของเรื่องให้ไปโฟกัส ที่ความรักระหว่างคู่เอก มากกว่าสถานการณ์ของประเทศ รวมถึงสร้างภาพจำที่ผิดให้กับบุคคลที่เคยมีตัวตนในประวัติศาสตร์ จนมีการล่ารายชื่อกว่า 2 แสนคนบนเว็บไซต์ของทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เพื่อเรียกร้องให้มีการยุติการถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้
    .
  4. หลังกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เริ่มรุนแรง JTBC สถานีโทรทัศน์ ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ฉายซีรีส์เรื่องดังกล่าว
    ก็ยอมออกมาชี้แจงว่า ตัวละครหลัก ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์ใน ประวัติศาสตร์ History พร้อมเปิดเผยเนื้อหาหลักของเรื่อง (spoil alert!) ว่า อิมซูโฮ ไม่ใช่สายลับ แต่เป็นชาวเกาหลีเหนือที่หนีออกประเทศ เพราะถูกตามล่าหลังพยายามจะปฏิรูประบบของสำนักงานความมั่นคงของประเทศ
    .
    นอกจากนี้ ซีรีส์ยังตัดสินใจเปลี่ยนชื่ออึนยองชู นางเอกของเรื่อง เพื่อไม่ให้คล้ายคลึงกับบุคคลที่เคยมีชีวิตจริงในประวัติศาสตร์
    .
  5. หลังจากนั้นกระแส ต่อต้านก็ค่อย ๆ จางลง ก่อนจะกลับ เป็นเรื่องราวใหญ่โต อีกครั้ง หลังเมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา Snowdrop ตอนแรกได้เริ่มออนแอร์ที่ช่อง JTBC ซึ่งผู้ชมสังเกตว่าซีรีส์มีการนำเอาเพลง ‘Sola Blue Sola’ ซึ่งเป็นเพลงที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ชาติ มาเปิดในฉากที่เจ้าหน้าที่ของหน่วยข่าวกรองกำลังปฏิบัติหน้าที่ต่อต้านประชาธิปไตย ซึ่งชาวเกาหลีใต้มองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
    .
    จึงเริ่มมีการล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนซีรีส์เรื่องนี้อีกครั้งในวันที่ 19 ธันวาคม ซึ่งหลังเปิดแคมเปญเพียงวันเดียว ก็มีผู้ลงชื่อร่วมสนับสนุนทะลุ 200,000 รายชื่ออย่างรวดเร็ว
    .
  6. กลุ่มผู้คัดค้านไ ด้ระบุในคำร้อง ถอดถอนซีรีส์ว่า ก่อนหน้านี้ มีการล่ารายชื่อเพื่อเรียกร้อง
    ให้ยุติการถ่ายทำ Series เรื่องนี้มาแล้ว และมีผู้ลงชื่อสนับสนุน กว่า 200,000 คน แต่ทางผู้ผลิตอ้างว่า ตัวละครหลักของเรื่องไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย แต่ภาพที่ฉายในตอนที่ 1 กลับตรงกันข้าม เพราะนางเอกเข้าใจผิดว่าอิมซูโฮ พระเอกของเรื่องเป็นแกนนำนักศึกษา และช่วยชีวิตเขาเอาไว้
    .
  7. Snowdrop ไม่เพียงแต่โดนกระแส แบนจากประชาชน Population เท่านั้น แต่สปอนเซอร์
    และโฆษณาต่างๆ ก็เริ่มทยอยถอนตัวออกจากซีรีส์เรื่องดังกล่าว หลังกระแสต่อต้านเริ่มแรงขึ้น Ssarijai บริษัทผลิตภัณฑ์เค้กข้าวได้โพสต์ข้อความขอโทษลงในเว็บไซต์ออฟฟิเชียลว่า
    .
    “ขออภัย สำหรับการสนับสนุน Series S.wdrop เราเพิ่งเห็นรายชื่อนักแสดง list of actors รวมถึงพล็อตละคร
    และยืนยันว่า จะยุติการสนับสนุน ทันทีที่ทราบว่า ซีรีส์ Series เรื่องนี้บิดเบือน ประวัติศาสตร์ history รวมถึงพยายามสร้างความชอบธรรมให้การทรมานและสังหารนักศึกษา” ซึ่งนอกจาก Ssarijai ยังมีอีกหลายแบรนด์ เช่น บริษัทเครื่องปั้นดิน Dopyeong-Yo บริษัทชา Teazen และอีกหลายบริษัทออกมาขอโทษต่อการสนับสนุนซีรีส์เรื่องนี้
    .
  8. หลังเป็นกระแส Flow มาครึ่งสัปดาห์ ล่าสุด JTBC ก็ได้ออกแถลงการณ์ แล้วโดยยืนยันว่า ตัวละครหลัก
    ของเรื่องไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับเหตุการณ์ 1987 แต่ทางบริษัท เข้าใจถึงความกังวลใจ ของประชาชนในประเด็นบิดเบือนประวัติศาสตร์ และเนื้อหาที่ทุกคนเป็นกังวลจะได้รับการคลี่คลายในอนาคต
    .
    JTBC ยังบอกอีกว่า บริษัทไม่สามารถเปิดรายละเอียดเรื่องราวที่เหลือของซีรีส์เพิ่มได้ แต่ขอให้ผู้ชมติดตามดูพัฒนาการของตัวละครหลังจากนี้ และเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าบริษัทพร้อมรับฟังความเห็นทุกประการ จะมีการเปิดหน้าต่างแชทแบบเรียลไทม์เว็บไซต์ไว้ตลอด
    .
    หลังจากนี้คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ซีรีส์ Snowdrop จะได้ออกอากาศต่อไปไหม และชาวเกาหลีใต้จะให้โอกาสซีรีส์เรื่องนี้อีกหรือไม่ เพราะประเด็นเรื่องประชาธิปไตยในเกาหลีใต้นั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่คนทุกวัยให้ความสำคัญเสมอมา

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวซีรีส์ Snowdrop น่าดูแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> burundi ขอบคุณที่รับชม .

Leave a Reply

Your email address will not be published.